ข้อมูลเกี่ยวกับวัคซีน

ยาที่ต้องงดก่อนเข้ารับวัคซีน

ยาที่ห้ามทานก่อนฉีดวัคซีนป้องกัน COVID-19 ได้แก่


- ยาแก้ไมเกรน กลุ่ม CAFERGOT , RELPAX ห้ามทานในวันที่ต้องเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกัน COVID-19 เพราะจะส่งผลให้หัวใจเต้นเร็ว ทำให้หลอดเลือดเกร็ง และมีความดันที่สูงขึ้น


- ยาแก้อักเสบในกลุ่ม NSAIDS ที่ไม่ใช่เสตียรอยด์ เช่น IBUPROFEN , ARCOXIA , CELEBREX เป็นยาที่ห้ามทานเด็ดขาดหลังเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกัน COVID-19 เพราะจะส่งผลให้วัคซีนทำงานได้ไม่เต็มที่ หากท่านมีอาการปวดแขน ให้ทานยาพาราเซตามอลเพื่อลดอาการปวดแทน


-ควรงดเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น ชา กาแฟ น้ำอัดลม เพราะจะส่งผลให้หัวใจเต้นเร็ว ทำให้หลอดเลือดเกร็ง และมีความดันที่สูงขึ้นเช่นเดียวกับยาแก้ไม่เกรน ในวันที่เข้ารับวัคซีน


สำหรับท่านที่มีโรคประจำตัวในกลุ่ม 7 โรคเรื้อรัง 1.โรคทางเดินหายใจเรื้อรังรุนแรง 2.โรคหัวใจและหลอดเลือด 3.โรคไตวายเรื้อรัง 4.โรคหลอดเลือดสมอง 5.โรคมะเร็ง 6.โรคเบาหวาน 7.โรคอ้วน สามารถทานยาได้ตามปกติโดยไม่ต้องงดยารวมถึงท่านที่ทานยาละลายลิ่มเลือดด้วยเช่นกัน


กรณีที่ท่านมีอาการปวดแขน สามารถทานยาพาราเซตามอลได้หลังจากการฉีดวัคซีนป้องกัน COVID-19 ห้ามทานล่วงหน้าโดยเด็ดขาด


ข้อควรปฏิบัติ

- ท่านที่มีอาการไข้ในวันที่นัดเข้ารับบริการฉีดวัคซีนป้องกัน COVID-19 ควรแจ้งให้แพทย์ทราบ และไม่ควรฉีดวัคซีน

- ควรเว้นระยะห่างในการฉีดวัคซีนป้องกัน COVID-19 และวัคซีนอื่นๆ อย่างน้อย 1 เดือน

- สำหรับท่านที่มีปัญหาเรื่องภูมิคุ้มกัน ควรรับคำปรึกษาจากแพทย์ประจำตัวก่อนรับการฉีดวัคซีนป้องกัน COVID-19

- ก่อนเข้ารับบริการไม่ต้องงดน้ำและอาหาร



Source: https://covid-19.kapook.com/view242598.html

https://www.patrangsit.com/Content/


อสส. พิจารณาสัญญาโมเดอร์นาเรียบร้อยแล้ว

สำนักงานอัยการสูงสุดตรวจร่างสัญญาจัดซื้อวัคซีนโมเดอร์นา (Moderna) เสร็จเรียบร้อยแล้ว ส่งคืนให้องค์การเภสัชกรรมไปดำเนินการต่อในวันนี้ (5 กรกฎาคม 2564)


Source: https://www.prachachat.net/general/news-705567

https://thestandard.co/ago-reviews-draft-purchase-contract-for-moderna/


2 ก.ค. เปิดลงทะเบียนฉีดวัคซีนผู้สูงอายุ ผ่าน 4 ค่ายมือถือ

กระทรวงสาธารณสุขเปิดลงทะเบียนฉีดวัคซีนสำหรับผู้สูงวัย อายุ 65 ปีขึ้นไปผ่าน 4 ค่ายมือถือ เอไอเอส ทรู ดีแทค เอ็นที ตั้งแต่วันที่ 2 กรกฎาคม ตั้งแต่เวลา 9.00 น. เป็นต้นไป โดยดีเดย์เริ่มฉีด 5-15 ก.ค. นี้ ที่ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ


  • เอไอเอสลงทะเบียนได้ที่ www.ais.th/vaccine

  • ทรู ลงทะเบียนได้ที่ ระบบ USSD กด *707# โทรออก เฉพาะเลขหมายทรูมูฟ เอช เท่านั้น, เว็บไซต์ vaccine.trueid.net และ QR Code ที่สามารถสแกนได้จากสื่อในทรูวิชั่นส์และสื่อประชาสัมพันธ์ในช่องทางต่างๆ ของทรู ทั้งนี้ ผู้สนใจ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02-700 9022 หรือ www.truecorp.co.th

  • ดีแทค ลงทะเบียนได้ที่ ดีแทค แอป และเว็บไซต์ดีแทค www.dtac.co.th

  • เอ็นที ลงทะเบียนได้ที่ https://covid19vaccine.ntplc.co.th


Source: https://www.prachachat.net/ict/news-703365

https://mgronline.com/cyberbiz/detail/9640000063905


เชื้อ COVID 19 สายพันธุ์ต่าง ๆ

สายพันธุ์ที่ต้องกังวล (Variants of Concern; VOC) ในประเทศไทยมีหลัก ๆ 2 สายพันธุ์ ได้แก่

  1. สายพันธุ์ B.1.1.7 เดิมเรียก “สายพันธุ์อังกฤษ/สายพันธุ์เคนต์” เปลี่ยนเป็น “สายพันธุ์อัลฟ่า (Alpha)”

เป็นสายพันธุ์ที่ระบาดมากที่สุดในประเทศไทยในปัจจุบัน สายพันธุ์อัลฟา (อังกฤษ) ที่ระบาดอยู่ในไทยมีจำนวน 5,641 ตัวอย่าง คิดเป็น 88.97%

อาการทั่วไปของเชื้อโควิดสายพันธุ์อัลฟา ได้แก่

- ในช่วง 14 วันแรกจะมีอาการเป็นไข้

- หนาวสั่น

- ไอ หายใจถี่หายใจลำบาก

- ปวดศีรษะ

- สูญเสียการได้กลิ่น

- เจ็บคอ

- มีน้ำมูก

- อ่อนเพลีย

- ปวดเมื่อยตามร่างกาย

- อาเจียน หรือท้องเสีย เป็นต้น

  1. สายพันธุ์ B.1.617.2 เดิมเรียก “สายพันธุ์อินเดีย” เปลี่ยนเป็น “สายพันธุ์เดลต้า (Delta)”

ขณะนี้สายพันธุ์อินเดียมีสายพันธุ์ย่อยมีอย่างน้อย 3 สายพันธุ์คือ B.1.617.1 B.1.617.2 และ B.1.617.3 ทั้งหมดการระบาดหลักอยู่ที่อินเดีย เริ่มกระจายออกไปยังประเทศต่างๆหลายประเทศจากการเดินทางของคน ขณะนี้ในไทยสายพันธุ์เดลตา (อินเดีย) มีจำนวน 661 ตัวอย่าง คิดเป็น 10.43% โดยสายพันธุ์ เดลต้า จะค่อยๆเพิ่มขึ้นทีละน้อย นับตั้งแต่เริ่มพบมาเป็นเวลากว่าเดือน และคงจะใช้เวลาประมาณ 3-4 เดือน จึงจะมาเป็นไวรัสส่วนใหญ่ต่อไป

อาการทั่วไปของเชื้อโควิดสายพันธุ์เดลต้า ได้แก่

- ปวดหัว

- เจ็บคอ

- มีน้ำมูก

- มักจะไม่ค่อยสูญเสียการรับรส

- มีอาการทั่วไปคล้ายหวัดธรรมดา


ดังนั้น หากท่านมีอาการคล้ายๆ หวัด หรือเข้าข่ายอาการน่าสงสัย ควรรีบติดต่อโรงพยายาลเพื่อตรวจหาเชื้ออย่างเร็วที่สุด พร้อมวางแผนกักตัวเพื่อดูอาการต่อไป

Source: https://www.hfocus.org/content/2021/06/21949

https://www.pptvhd36.com/news/%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%82%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E/150048

https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/939803

https://covid-19.kapook.com/view243011.html

อย. ไฟเขียวขึ้นทะเบียนวัคซีนไฟเซอร์ในไทยแล้ว

นายแพทย์ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหาร และยา เปิดเผยว่าวันที่ 24 มิถุนายน 2564 สำนักงาน คณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้อนุมัติขึ้นทะเบียนวัคซีนโคเมอร์ เนตี (COMIRNATY VACCINE) ซึ่งเป็นวัคซีนของบริษัท ไฟเซอร์ จำกัด นำเข้าโดย บริษัท ไฟเซอร์ ประเทศไทย จำกัด โดยเป็นวัคซีนโควิด-19 รายการที่ 6 ของไทย เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งวัคซีนของไฟเซอร์ตัวนี้เป็นวัคซีนชนิด mRNA โดยแผนการฉีดประกอบด้วยการฉีดวัคซีน จำนวน 2 เข็ม โดยเข็มที่ 2 ห่างจากเข็มแรก 21 วัน สำหรับผู้ที่อายุ 12 ปีขึ้นไป ทั้งนี้วัคซีนตัวนี้เป็นวัคซีนโควิด-19 ที่ได้รับการรับรองให้นำมาใช้ในภาวะฉุกเฉินโดยองค์การอนามัยโลก (WHO EUL) แล้ว


Source: https://www.sanook.com/news/8402254/

https://www.dailynews.co.th/politics/852148


ซิโนฟาร์มส่งถึงไทยอีก 1 ล้านโดสแล้ว

วัคซีนซิโนฟาร์มจำนวน 1 ล้านโดสเดินทางจากจีนมาถึงประเทศไทยแล้ว เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน ที่ผ่านมา โดยราชวิลัยจุฬาภรณ์ประกาศผลจัดสรร "ซิโนฟาร์ม" เพิ่มเติมวันนี้ (23 มิถุนายน 2564) ระบุจะจัดสรรให้ได้ครบทุกบริษัท/องค์กรภายในเดือนสิงหาคมเป็นอย่างช้า และเริ่มกระจายจัดส่งสู่โรงพยาบาลต่างๆที่รับฉีดให้องค์กรที่ได้รับจัดสรรวัคซีนตัวเลือกซิโนฟาร์มในวันที่ 23-24 มิถุนายน 2564 และสามารถเริ่มให้บริการฉีดได้ตั้งแต่วันที่ 25 มิถุนายน 2564 ส่วนการจัดสรรให้บุคคลทั่วไป ใช้เวลาสองสามสัปดาห์หลังเริ่มการฉีดให้กับกลุ่มองค์กร/นิติบุคคลแล้ว เพื่อดูระบบและมาตรฐานของโรงพยาบาลต่าง ๆ


Source: https://www.dailynews.co.th/regional/851737

https://mgronline.com/qol/detail/9640000060599

https://www.pptvhd36.com/news/%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%82%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E/149991

https://www.hfocus.org/content/2021/06/21934

https://covid-19.kapook.com/view242875.html

วงการแพทย์แนะนำควรฉีดวันซีนเข็มที่ 3

ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ เผยวัคซีนที่กระตุ้นภูมิต้านทานได้น้อยกว่าควรจะต้องใช้การกระตุ้นเข็มที่ 3 ให้ระดับภูมิต้านทานสูงขึ้นเพื่อป้องกันสายพันธุ์เดลต้า (อินเดีย) ที่แพร่กระจายได้ไวกว่าสายพันธุ์อัลฟา (อังกฤษ) ถึง 1.4 เท่า จนกว่าจะมีการพัฒนาวัคซีนใหม่ให้ตรงกับสายพันธุ์ที่มีการระบาด ทั้งนี้ ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา แนะนำหากจะฉีดเช็มที่ 3 หากใช้ วัคซีนไฟเซอร์และโมเดอร์นาจะให้ประสิทธิภาพที่ดีกว่า


Source: https://covid-19.kapook.com/view242997.html

https://www.prachachat.net/general/news-695486

https://www.prachachat.net/general/news-694696

https://www.prachachat.net/general/news-695645

https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/944686

รพ. เลื่อนฉีดแอสตร้าเซนเนก้าโดสที่ 2

หลังจากที่เชื้อไวรัสโควิด 19 สายพันธุ์เดลต้า (อินเดีย) แพร่กระจายอย่างรวดเร็วทำให้ คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติจึงเห็นชอบให้พื้นที่ที่มีการระบาด สามารถปรับระยะเวลาการฉีดเข็มที่ 2 ให้เร็วขึ้นจากปกติที่นัดห่างจากเข็มแรก 10-12 สัปดาห์เป็น 8 สัปดาห์ ทั้งนี้ผู้รับวัคซีนควรตรวจเช็คตารางการฉีดกับทาง รพ. ที่ฉีดโดสที่ 1 ไป


Source: https://www.thansettakij.com/content/covid_19/484989

หากแพ้วัคซีนเข็มแรกควรทำอย่างไร

พลอากาศโท นายแพทย์อนุตตร จิตตินันทน์ ประธานราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทยระบุว่า

ถ้าเกิดอาการไม่พึงประสงค์จากวัคซีนโควิด 19 ที่รุนแรงหลังการฉีดวัคซีนโควิด 19 เข็มแรก ภายใน 30 นาที ที่เรียกว่าอาการแพ้รุนแรงชนิดแอนาฟิแล็กซิส(Anaphylaxis) ได้แก่ มีอาการทางระบบผิวหนังหรือเยื่อบุ เช่น ผื่นลมพิษทั่วตัว คันผื่นแดง มีอาการบวมของปากลิ้น และเพดานอ่อน มีอาการของระบบทางเดินหายใจ เช่น คัดจมูก น้ำมูกไหล เสียงแหบหอบเหนื่อย หายใจมีเสียงหวีด ความดันเลือดลดลงหรือมีการทำงานของระบบต่างๆล้มเหลว เช่น เป็นลม อุจจาระ ปัสสาวะราด มีอาการของระบบทางเดินอาหาร เช่นปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน หรือมีอาการข้างเคียงใดๆ ที่รุนแรงที่ต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญผู้ที่มีอาการดังกล่าว หลังได้วัคซีนโควิด 19 เข็มแรก ห้ามให้วัคซีนเข็มที่ 2 ชนิดเดิม แต่อาจพิจารณาให้วัคซีนครั้งต่อไปด้วยวัคซีนโควิด 19 คนละชนิดที่ไม่มีส่วนผสมที่เหมือนกัน โดยการฉีดวัคซีนเข็มที่สองให้ฉีดตามวันที่กำหนดนัดของวัคซีนเข็มที่ 2 เดิม และสามารถนับต่อเป็นเข็มที่ 2 ได้เลย


Source: https://www.naewna.com/lady/581838

https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/944873



รพ.ธนบุรี เปิดลงทะเบียนแสดงความสนใจฉีดวัคซีนโมเดอร์นา

รพ.ธนบุรี เปิดลงทะเบียนแสดงความสนใจฉีดวัคซีนโมเดอร์นาโดยยังไม่เรียกเก็บเงินแล้ววันนี้ ซึ่งคาดว่าราคาเข็มละประมาณ 2,000 บาท มีจำนวนจำกัด และจะสามารถฉีดได้ในเดือนตุลาคม 2564 นี้


สำหรับผู้ที่สนใจลงทะเบียน ที่นี่

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์นำเข้า “ซิโนฟาร์ม” เตรียมให้ปทุมธานีเป็นต้นแบบจัดการวัคซีน

อย. อนุมัตินำเข้าวัคซีนทางเลือกซิโนฟาร์ม 20 ล้านโดส โดยนำเข้า1 ล้านโดสล็อตแรกเดือนมิถุนายนจัดขายให้กับภาคเอกชนที่ติดต่อซื้อ ทั้งนี้ให้ปทุมธานีเป็นต้นแบบฉีดก่อนอย่างน้อย 500,000 โดส


Source: https://www.thairath.co.th/news/local/central/2105050

https://www.bbc.com/thai/thailand-57279097

https://www.sanook.com/news/8390014/

ชนิดของวัคซีนและอาการข้างเคียงที่อาจะเกิดขึ้นได้



For people aged 60 + years old, people living with any underlying diseases (สำหรับชาวต่างชาติที่อายุมากกว่า 60 ปี และมีโรคเรื้อรัง) > คลิก

For general foreigners (สําหรับชาวต่างชาติทั่วไป) > คลิก

เปิดลงทะเบียนสัคซีนสําหรับชาวต่างชาติในไทย (Govt vaccination website opens for foreigners)

For people aged 60 + years old, people living with any underlying diseases (สำหรับชาวต่างชาติที่อายุมากกว่า 60 ปี และมีโรคเรื้อรัง) > คลิก

For general foreigners (สําหรับชาวต่างชาติทั่วไป) > คลิก

ชนิดของวัคซีนและอาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้

AstraZeneca


เป็นวัคซีนชนิดไวรัส Vector โดยข้อดีของวัคซีนชนิดนี้คือ ผลิตได้จำนวนมากได้ง่าย เพราะทำจากโรงงานเป็น DNA จะมีความคงทนกว่า จึงสามารถเก็บได้ในอุณหภูมิ 2-8 องศา จึงมีราคาถูก


โดยทั่วไปอาการข้างเคียงของ AstraZeneca จะมีอาการข้างเคียงที่ไม่รุนแรง ได้แก่ มีอาการไข้ เพลีย ปวดหัว คลื่นไส้ ซึ่งโดยทั่วไปพบประมาณ 80% ส่วนอาการแพ้รุนแรง (ไทย) พบเพียง 0.0016% (16:1,000,000 คน) และภาวะลิ่มเลือด (ในต่างประเทศ) (4:1,000,000 คน)


ซึ่งอาการที่พึงสังเกตหากเกิดลิ่มเลือดอุดตันก็จะสามารถสังเกตได้จากอวัยวะที่เกิดลิ่มเลือดใน 4-28 วัน หลังการฉีดวัคซีน กล่าวคือหากมีลิ่มเลือดในสมอง ก็มีอาการปวดหัว มักจะปวดรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ตาพร่ามัว มองเห็นภาพซ้อน หรือแขนขาอ่อนแรงได้ หากลิ่มเลือดในปอด ก็จะทำให้มีอาการเหนื่อยง่ายกว่าปกติ กิจวัตรเดิมที่ทำได้ไม่เหนื่อยกลับเหนื่อย รู้สึกหายใจติดขัด ไม่เต็มอิ่ม


จากข้อมูลของ EMA’s human medicines committee (CHMP) พบว่าประสิทธิภาพของวัคซีนจะแปรผันตามอายุของผู้ที่รับวัคซีน อย่างไรก็ตามยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนระบุว่าภาวะลิ่มเลือดเกิดในเพศหญิงมากกว่าหรือไม่ ดังนั้นในหลายประเทศจึงมักฉีดให้กับคนที่อายุมากกว่า 50 ปี



Sinovac


วัคซีนชนิดนี้เป็นวัคซีนแบบเชื้อตาย (Inactivated vaccine) ข้อดีของวัคซีนชนิดนี้ คือ วิธีการทำเป็นวิธีที่เรารู้กันมาแต่โบราณ ในเรื่องความปลอดภัย เป็นเชื้อตายสามารถใช้ในคนที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องได้ ภูมิคุ้มกันต่ำ เชื้อไม่ไปเพิ่มจำนวน ส่วนข้อเสียของวัคซีนชนิดนี้ คือ การผลิตจำนวนมากจะทำได้ยาก เพราะไวรัสชนิดนี้เป็นไวรัสก่อโรคจะต้องเพาะเลี้ยงในห้องชีวนิรภัยระดับสูง ต้นทุนในการผลิตจะมีต้นทุนสูง


จากการวิเคราะห์ข้อมูลในประเทศไทยจากการเก็บข้อมูลผลข้างเคียงพบว่าวัคซีนของ Sinovac ผู้ได้รับวัคซีนมีอาการไข้ เพลีย ปวดหัว คลื่นไส้พบประมาณ 35% อาการขาอ่อนแรงชั่วคราวพบ 0.008% (82:1,000,000 คน) ส่วนอาการที่แพ้รุนแรง (ไทย) คือ 0.0012% (12:1,000,000 คน)


Sinopharm


เป็นวัคซีนชนิดเชื้อตาย (Inactivated vaccine) เช่นเดียวกับซิโนแวค โดยฉีดได้ตั้งแต่กลุ่มผู้มีอายุ 18 ปีขึ้นไปจนถึงผู้สูงอายุ ไม่มีข้อบ่งชี้ที่จำกัดเรื่องอายุ จัดเก็บง่ายอุณหภูมิเก็บรักษา 2-8 องศาเซลเซียส นอกจากนี้ ยังมีแถบตรวจสอบบนขวดซึ่งเปลี่ยนสีตามอุณหภูมิความร้อน จึงสังเกตได้ง่ายว่า วัคซีนปลอดภัยและใช้งานได้หรือไม่


นพ.นิธิ มหานนท์ เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และผู้อำนวยการโรง​พยาบาลจุฬาภรณ์ ชี้แจงจำนวนผู้ได้รับวัคซีนซิโนฟาร์มทั่วประเทศ 67,992 คน นั้นร้อยละ 97 ไม่พบอาการผิดปกติในส่วนการเกิดอาการไม่พึงประสงค์นั้นพบว่า เกิดอาการไม่พึงประสงค์ภายใน 30 นาทีระหว่างรอสังเกตอาการหลังฉีดวัคซีน 0.1% เท่านั้นและอาการที่พบบ่อยได้แก่ เวียนศรีษะ คลื่นไส้อาเจียน หายใจไม่อิ่ม ทุกรายมีอาการเพียงเล็กน้อยถึงปานกลาง ในส่วนการรายงานอาการไม่พึงประสงค์ภายหลังรับวัคซีนซิโนฟาร์ม 1 วัน นั้นทางราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ได้จัดส่ง sms รายงานอาการไม่พึงประสงค์แก่ผู้รับบริการวัคซีน พบว่า 25% ของผู้รับบริการวัคซีน ซึ่งโดยส่วนใหญ่ไม่มีอาการผิดปกติ ในจำนวนผู้ที่รายงานว่ามีอาการผิดปกตินั้น พบว่าอาการไม่พึงประสงค์ที่พบบ่อยได้แก่ ปวดศรีษะ (2.3%), อ่อนเพลีย (1.7%), ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ (1.7%), ปวด บวมบริเวณที่ฉีดยา (1.6%), ไข้ (1.5%) ซึ่งสอดคล้องกับผลการรายงาน evidence assessment: Sinopharm/BBIBP COVID-19 vaccine ของ WHO: ซึ่งรายงานอาการไม่พึงประสงค์ที่พบบ่อยได้แก่ ปวดบริเวณที่ฉีดยา ปวดศรีษะและอ่อนเพลีย


Moderna และ Pfizer


Pfizer, Moderna วัคซีนชนิดนี้จะเป็นวัคซีนชนิด mRNA ซึ่งข้อดีของวัคซีนชนิดนี้คือทำได้ง่ายและเป็นจำนวนมากอย่างรวดเร็วเพราะทำในโรงงาน กระตุ้นภูมิต้านทานได้สูง

ส่วนข้อเสียคือ RNA สลายตัวได้ง่าย ต้องเก็บที่อุณหภูมิต่ำมาก ๆ


ส่วนอาการข้างเคียงก็พบอาการไข้ อ่อนเพลีย ที่ 50-80% เช่นกัน ขณะที่อาการแพ้รุนแรงใน Pfizer ที่พบในสหรัฐอเมริกาอัตราส่วน 1:100,000 คน


Source: https://thestandard.co/expert-physicians-mentioned-astrazeneca-cause-side-effect-on-young-more-than-old/

https://home.maefahluang.org/17759805/covid19-astravaccine

https://www.ema.europa.eu/en/news/astrazenecas-covid-19-vaccine-benefits-risks-context

https://www.prachachat.net/general/news-588454

https://www.thansettakij.com/general-news/483890

https://news.thaipbs.or.th/content/305769





ข้อมูลสำหรับผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว

  • อาการหลังเข้ารับวัคซีน

โดยปกติอาการแพ้ทั่วไปที่หายเองได้มักพบภายใน 15 นาทีหลังเข้ารับวัคซีน ทั้งนี้ควรสังเกตอาการหลังจากฉีดไปแล้ว 30 นาที

**หากพบอาการข้างเคียงชนิดรุนแรงควรติดต่อแพทย์ทันที หรือโทร 1669


อาการข้างเคียงไม่รุนแรงที่อาจเกิดขึ้นได้ ได้แก่ ปวด บวม แดง ร้อน คัน บริเวณที่ฉีด ไข้ต่ำ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย


อาการข้างเคียงชนิดรุนแรง ได้แก่ ไข้สูง ใจสั่น หนาวสั่น แน่นหน้าอก หายใจไม่ออก ปวดศีรษะรุนแรง หน้าเบี้ยว ปากเบี้ยว กล้ามเนื้ออ่อนแรง มีจุดเลือดออกจำนวนมาก ผื่นขึ้นทั้งตัว ตุ่มน้ำพอง บวม เช่น หน้าบวม คอบวม บวมทั่วร่างกาย อาเจียนไม่ต่ำกว่า 5 ครั้ง ท้องเสีย ชัก หมดสติ ปวดข้อ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อรุนแรง


  • ข้อปฏิบัติหลังจากเข้ารับวัคซีน

พักรอดูอาการที่โรงพยาบาลหรือจุดที่ฉีดวัคซีน 30 นาที หากมีอาการผิดปกติ เช่น เวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน หรือมีอาการรุนแรง เช่น ชาครึ่งซีก แขนขาอ่อนแรง ปากเบี้ยว ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่และพบแพทย์ทันที พยายามอย่าเกร็งแขนข้างที่ฉีดวัคซีน หรือใช้แขนยกของหนักๆ อย่างน้อย 2 วัน ถ้ามีไข้ หรือปวดเมื่อยมาก ให้รับประทานยาพาราเซตามอลขนาด 500 มิลลิกรัม ได้ 1 เม็ด และรับประทานซ้ำได้โดยห่างกัน 6 ชั่วโมง (ห้ามรับประทานยาพวก Brufen, Arcoxia, Celebrex เด็ดขาด) เมื่อพักรอดูอาการครบ 30 นาที เจ้าหน้าที่จะทำการวัดความดันโลหิตอีกครั้งก่อนกลับ และเมื่อกลับบ้านแล้วยังต้องสังเกตอาการของตัวท่านเองต่ออีก 48-72 ชั่วโมง หากพบอาการผิดปกติที่รุนแรง เช่น ชาครึ่งซีก แขนขาอ่อนแรง ปากเบี้ยว ให้รีบไปพบแพทย์ทันที


**แม้ว่าจะฉีดวัคซีนแล้วก็ยังต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันต่อไปอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้เรากลายเป็นผู้แพร่เชื้อแบบไม่มีอาการ ที่อาจจะเป็นต้นเหตุให้ผู้ที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนหรือผู้ที่มีความเสี่ยงติดเชื้อจากเราได้


ข้อมูลสำหรับผู้ที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน

  • ข้อปฏิบัติก่อนเข้ารับวัคซีน และระหว่างรับวัคซีน

เพื่อให้วัคซีนได้มีประสิทธิภาพสูงสุดผู้ที่จะเข้ารับการฉีดวัคซีนควรปฏิบัติดังนี้


ก่อนเข้ารีบวัคซีน: ผู้ที่มีโรคประจำตัว หรือ มียาประจำที่ต้องรับประทาน ควรปรึกษาแพทย์ประจำตัวก่อน สองวัน งดออกกำลังกายหนักๆ และพักผ่อนให้เพียงพอ ทำใจสบายๆ หากเจ็บป่วย มีไข้ ไม่สบาย ให้เลื่อนการฉีดวัคซีนออกไปก่อนอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ ดื่มน้ำเปล่าเยอะๆ และงดเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น ชา กาแฟ น้ำอัดลม หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รับประทานอาหารให้เรียบร้อย หากมียารักษาโรคประจำตัวก็ให้รับประทานได้เลย


ระหว่างเข้ารับวัคซีน: สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือให้สะอาด และเว้นระยะห่าง เตรียมเอกสารที่ต้องใช้ในการเข้ารับการฉีดวัคซีนให้พร้อม เช่น บัตรประชาชน ข้อมูลการลงทะเบียน เพื่อความสะดวกรวดเร็ว เจ้าหน้าที่ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย ความดันโลหิต และค่าออกซิเจนในเลือด ก่อนรับการฉีดวัคซีน แนะนำให้ฉีดแขนข้างที่ไม่ค่อยถนัด สวมใส่เสื้อผ้าที่สะดวกต่อการฉีดวัคซีน หากมีโรคประจำตัวหรือ มียาที่ต้องรับประทานประจำ ควรแจ้งพยาบาลก่อนรับการฉีดวัคซีน


กทม. ได้วัคซีนลอตใหม่แล้ว 4.2 แสนโดส เร่งกระจายส่งโรงพยาบาล-จุดบริการ 25 แห่ง


สำนักอนามัย แจ้งว่า กรุงเทพมหานครได้รับการจัดสรรวัคซีนแอสตร้าเซเนก้า จำนวน 35,000 ขวด หรือประมาณ 350,000-420,000 โดส (1 ขวดฉีดได้ 10- 12 โดส)

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้เร่งประสานนำไปฉีดให้แก่ผู้ที่ถูกเลื่อนนัดจากการลงทะเบียนผ่านระบบ “หมอพร้อม” 14มิ.ย.-30 มิ.ย. และ บางส่วนของ “ไทยร่วมใจ กรุงเทพฯ ปลอดภัย”


Source: https://www.pptvhd36.com/news/%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%82%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E/149690

https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/944115