มาตรการต่าง ๆ

ศบค. ประกาศขยายเวลาใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ต่ออีกสองเดือน ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน - 31 กรกฎาคม 2564

'13 จังหวัด ล็อคดาวน์พื้นที่สีแดงเข้ม’

สำหรับมาตรการที่กำหนดให้ประชาชนและกิจการใน พื้นที่สีแดงเข้ม ซึ่งประกอบไปด้วย กรุงเทพมหานคร ฉะเชิงเทรา ชลบุรี นครปฐม นนทบุรี นราธิวาส ปทุมธานี ปัตตานี พระนครศรีอยุธยา ยะลา สงขลา สมุทรปราการ และ สมุทรสาคร มีผล 20 ก.ค. นี้ ซึ่งสาระสำคัญได้แก่ (อ่านราชกิจจาฯ ฉบับเต็ม)

1. ห้ามออกนอกเคหะสถาน ตั้งแต่เวลา 21.00 น. ถึง 04.00 น. ต่อเนื่องเป็นเวลา 14 วัน ยกเว้นได้รับอนุญาต

2. งดการเดินทางในพื้นที่ และงดการเดินทางข้ามจังหวัด ยกเว้นการเดินทางเพื่อซื้อเครื่องอุปโภคและบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต การพบแพทย์ การรับวัคซีน ถ้าจำเป็นต้องเดินทาง ต้องมีเอกสารหรือคิวอาร์โค้ดเพื่อใช้ในการเดินทางเข้าออก

3. ให้ Work from home 100%

4. ในส่วนของระบบขนส่ง กำหนดผู้โดยสารให้ไม่เกินร้อยละ 50 ของความจุผู้โดยสารสำหรับยานพาหนะแต่ละประเภท

5. ร้านค้าต่างๆ สามารถขายได้ถึงเวลา 20.00 น.

6. ห้ามรวมกลุ่มเกิน 5 คน

7. สำหรับห้างสรรพสินค้าให้เปิดได้เฉพาะซูเปอร์มาร์เก็ต และแผนกยา เวชภัณฑ์เท่านั้น รวมถึงพื้นที่ที่เป็นการให้บริการฉีดวัคซีน และ เปิดได้ถึง 20.00 น.เท่านั้น

8. สำหรับโรงแรม งดการจัดเลี้ยง สัมมนาต่างๆ

9. ตลาดสด และ ร้านสะดวกซื้อเปิดได้ถึง 20.00 น.เท่านั้นและปิดถึง 04.00 น.

10.โรงเรียน สถาบันการศึกษาใช้วิธีการเรียนออนไลน์เท่านั้น

11. ส่วนการดำเนินงานของโรงพยาบาล คลินิกรักษาโรค ร้านขายยา ร้านค้าทั่วไปโรงงาน ธุรกิจหลักทรัพย์ ธุรกรรมกรเงิน ธนาคาร ตู้เอทีเอ็ม ธุรกิจสื่อสารคมนาคม ไปรษณีย์และพัสดุภัณฑ์ ร้านจำหน่ายอาหารสัตว์ ร้านจำหน่ายเครื่องมือช่างและอุปกรณ์ก่อสร้าง จำหน่ายสินค้าเบ็ดเตล็ดอันจำเป็น สถานที่จำหน่ายแก๊สหุงต้ม เชื้อเพลิง ปั้มน้ำมัน ปั้มแก๊ส รวมทั้งบริการส่งสินค้าและอาหารตามสั่ง ยังคงเปิดดำเนินการได้ตามความจำเป็น

Source: https://www.bbc.com/thai/thailand-57884005?at_custom4=9AED4DB8-E85A-11EB-A2FE-C7F1BDCD475E&at_custom1=[post%20type]&at_custom2=facebook_page&at_campaign=64&at_medium=custom7&at_custom3=BBC%20Thai&fbclid=IwAR2FYHJuRQU0HhbWLfSTdHiGYYZbhBJAegIz8veh40YBExOUVswByNxAwi0



‘ล็อคดาวน์’ กรุงเทพ-ปริมณฑล-4จังหวัดใต้

เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 64 ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ คำสั่งและข้อกำหนด ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) จำนวน 2 ฉบับ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ส่วนพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด รวมทั้งสิ้น 10 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นครปฐม นนทบุรี นราธิวาส ปทุมธานี ปัตตานี ยะลา สงขลา สมุทรปราการ และสมุทรสาคร โดยมีเนื้อความสำคัญ ดังนี้

  1. ปิดแคมป์ก่อสร้าง 30 วัน

  2. ห้ามนั่งทานอาหารที่ร้าน สั่งกลับบ้าน-เดลิเวอรี่ เท่านั้น

  3. ห้าง-ศูนย์การค้าเปิดบริการได้ถึง 21.00 น.

  4. โรงแรม ศูนย์แสดงสินค้า ศูนย์ประชุมเปิดปกติ

  5. ผับ บาร์ ยังคงปิดต่อไป

  6. ห้ามจัดกิจกรรมรวมกลุ่มเกิน 20 คน โดยไม่ได้รับอนุญาต


(อ่านประกาศราชกิจจาฯ ฉบับเต็ม คลิก)

ทั้งนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ ตั้งแต่วันที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2564 เป็นต้นไป หรือจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น

Source: https://www.prachachat.net/politics/news-699440

https://mgronline.com/qol/detail/9640000062185

ประกาศล็อกดาวน์‘กทม.-ปริมณฑล-4จว.ใต้’เริ่ม 28 มิ.ย. คลอด 10 มาตรการคุมพื้นที่ | แนวหน้า | LINE TODAY



เกณฑ์ปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว (ฉบับที่ 32)

14/6/2564 ในการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร ครั้งที่16/2564 ที่ประชุมมีมติเห็นชอบมาตรการผ่อนคลายการดำเนินการกิจการและกิจกรรมในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะผู้ประกอบกิจการทั้ง 5 สถานที่ ซึ่งมีมติให้มีมาตรการผ่อนคลาย ดังนี้

  1. พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์สถาน พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น รวมถึงพิพิธภัณฑ์ในลักษณะเดียวกัน แหล่งประวัติศาสตร์ โบราณสถาน โดยมีมาตรการสังคมอย่างเคร่งครัด

  2. สวนสาธารณะ สวนพฤกษศาตร์ต่าง ๆ ห้ามใช้เพื่อสันทนาการอื่น ยกเว้น เดินและวิ่ง

  3. คลินิกเวชกรรมเสริมความงาม มีมาตรการป้องกันโรค ซึ่งถูกกำกับใกล้ชิดโดยแพทย์

  4. สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ (เฉพาะ กิจการสปาเพื่อสุขภาพ, กิจการนวดเพื่อสุขภาพ) อนุญาตเฉพาะการนวดฝ่าเท้า

  5. ร้านทำเล็บและร้านสัก ต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ห้ามกระทำบนใบหน้า

ทั้งนี้ ให้เริ่มตั้งแต่วันที่ 14 มิ.ย. 64 เป็นต้นไป ในส่วนของสถานที่และกิจการประเภทอื่นซึ่งมีคำสั่งปิดไปก่อนหน้า ให้ปิดต่อไปจนถึงวันที่ 30 มิ.ย. 64


Source: http://www.prbangkok.com/th/post/view/MDY1cDBzNnM0NHIyb3Ezc3E2NnEyNDk0cDRyOTQzcjQ2Mjg0Mg==

https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/943394

4 มาตรการเยียวยาโควิด

คาดว่าจะเริ่มใช้ได้ไวที่สุดเดือนกรกฎาคม 2564


  1. โครงการ “คนละครึ่งเฟส 3” คนละ 3,000 บาท ให้สิทธิ์ 31 ล้านคน ระยะเวลาเดือนกรกฎาคม-ธันวาคม 2564 งบประมาณ 93,000 ล้านบาท


  1. โครงการ “เพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเฟส 3” ประมาณ 13.65 ล้านคน โดยจะช่วยเหลือค่าซื้อสินค้าจากร้านธงฟ้าฯ และค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการจากร้านค้าหรือผู้ให้บริการที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 จำนวน 200 บาทต่อคนต่อเดือน เป็นระยะเวลา 6 เดือน

  2. โครงการ “เพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ” เช่น ผู้ที่ไม่สามารถเข้าถึงระบบอินเทอร์เน็ต ผู้ที่ไม่มีสมาร์ทโฟนทำให้ไม่สามารถใช้งานแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ได้ ผู้ที่อยู่ในภาวะพึ่งพิง เป็นต้น (ผู้ได้รับสิทธิเราชนะกลุ่ม 4) ประมาณ 2.5 ล้านคน โดยจะช่วยเหลือค่าซื้อสินค้าจากร้านธงฟ้าฯ และค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการจากร้านค้าหรือผู้ให้บริการที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 จำนวน 200 บาทต่อคนต่อเดือน เป็นระยะเวลา 6 เดือน เป็นวงเงินรวม 3,000 ล้านบาท

  3. โครงการ “ยิ่งใช้ยิ่งได้” เป็นโครงการใหม่ รัฐจะสนับสนุน e-Voucher ให้กับประชาชนที่ใช้จ่าย ซื้อสินค้า อาหาร เครื่องดื่ม และค่าบริการกับผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ไม่เกิน 5,000 บาทต่อวัน สูงสุดไม่เกิน 7,000 บาทต่อคน โดยประชาชนจะได้รับ e-Voucher ดังกล่าว เริ่มตั้งแต่ช่วงเดือนกรกฎาคม-กันยายน 2564 และสามารถเริ่มนำไปใช้ช่วงเดือนสิงหาคม-ธันวาคม 2564


Source: https://www.pptvhd36.com/news/เศรษฐกิจ/148749

https://www.moneyguru.co.th/lifestyle/articles/รวมมาตราการเยียวยา-โควิ/



4 มาตรการควบคุมความปลอดภัยโรงงาน

  • กรมอนามัยออก 4 มาตรการควบคุมความปลอดภัยโรงงาน

โดยสื่อสารให้สถานประกอบกิจการประเภท'โรงงาน' ปฏิบัติตามแนวทางทางการป้องกันโรค Good Factory practice (GFP)อด้วยการประเมินตนเองผ่านแพลตฟอร์ม Thai Stop COVID Plus ซึ่งมี 'มาตรการ' หลัก 14 ข้อ แบ่งเป็นด้านการป้องกันโรค 8 ข้อ ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม 6 ข้อ และเมื่อประเมินแล้วจะส่งข้อมูลกลับมาบนฐานข้อมูลออนไลน์ หาก 'โรงงาน' ไหนประเมินไม่ผ่านจะต้องมีการปรับปรุง


สำหรับการยกระดับคุมเข้มการระบาดของโรคโควิด-19 ในสถานประกอบกิจการประเภทโรงงาน กรมอนามัยได้กำหนด 4 มาตรการหลัก คือ


1. มาตรการด้านการป้องกันโรค มีการคัดกรองวัดอุณหภูมิ สวมหน้ากากผ้า หรือหน้ากากอนามัยตลอดเวลา จัดให้มีที่ล้างมือพร้อมสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ไว้บริการ ลดความแออัด การเว้นระยะห่าง ติดตามข้อมูลของผู้ปฏิบัติงาน จัดให้มีที่ล้างมือพร้อมสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ไว้บริการ รวมถึงการให้ผู้ที่อยู่ในโรงงานปฏิบัติตามมาตรการ


2. มาตรการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม ทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัส การจัดการขยะมูลฝอย จัดให้มีการระบายอากาศที่เหมาะสม หอพักสำหรับผู้ปฏิบัติงานต้องสะอาด ไม่แออัด และหลีกเลี่ยงการรวมกลุ่ม หากมีรถรับ-ส่ง ต้องมีการทำความสะอาด สำหรับการจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มในโรงอาหาร โดยกำหนดเส้นทางการเดิน จุดนั่ง เดิน ยืน หรือที่พักรอให้ชัดเจน แยกสำรับอาหาร แล้วไม่ใช้แก้วน้ำ จาน ชาม ร่วมกัน


3. มาตรการเสริมสำหรับโรงงานขนาดกลางและขนาดใหญ่ ต้องมีกลไกการจัดการและแผน เมื่อเกิดเหตุกรณีพบพนักงานติดเชื้อต้องมีการซักซ้อมแผน หากมีแรงงานต่างด้าวต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย และสำหรับโรงงานขนาดใหญ่ต้องเข้มเรื่องการคัดกรองผู้ปฏิบัติงานและผู้มาติดต่อ โดยใช้ระบบประเมินตนเองผ่านเว็บไซต์ “ไทยเซฟไทย” ก่อนเข้าปฏิบัติงาน เพื่อประเมินความเสี่ยงรายบุคคล กรณีมีรถรับ-ส่ง ให้พนักงานสวมหน้ากากตลอดเวลา เว้นระยะห่างวัดอุณหภูมิก่อนขึ้นรถ และเช็ดฆ่าเชื้อรถหลังใช้งาน ทำความสะอาดฆ่าเชื้อในพื้นที่ส่วนกลาง และจุดสัมผัสร่วมให้เปลี่ยนเป็นระบบอัตโนมัติ เช่น ประตู ก๊อกน้ำ เป็นต้น


4. มาตรการเมื่อพบผู้ติดเชื้อ ให้แจ้งเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อในพื้นที่ภายใน 3 ชั่วโมง เพื่อให้เจ้าหน้าที่สั่งการและคำแนะนำ หลังจากนั้นให้พิจารณาปิดพื้นที่หรือสถานที่และทำความสะอาดพื้นผิวทันที ส่วนผู้สัมผัสเสี่ยงสูงให้ส่งตรวจเชื้อและกักตนเองทันที ส่วนผู้เสี่ยงต่ำให้มีการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ถ้ามีผู้ติดเชื้อมากกว่าร้อยละ 10 ให้ใช้ Bubble and seal เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค และให้กระบวนการผลิตสามารถดำเนินการต่อไปได้


Source: https://www.thairath.co.th/news/local/2110041

https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/942146