กระทรวงสาธารณสุข

ป้องกัน | ควบคุม | เตรียมพร้อม | สื่อสาร

กระทรวงสาธารณสุขขอให้ทุกคนปฏิบัติตามเคร่งครัด

  • ผู้ที่เดินทางกลับจาก พื้นที่มีการระบาดของโรคขอให้กักกันตัวเองที่บ้านให้ครบ 14 วัน ขอให้แยกของใช้ส่วนตัว สวมหน้ากาก อนามัยตลอดเวลา เพื่อไม่แพร่เชื้อให้คนในครอบครัว และงดกิจกรรมทางสังคม

  • ส่วนประชาชนทั่วไป ขอให้หมั่นล้างมือบ่อยๆ สวมหน้ากากอนามัย ไม่ไปในที่ที่มีคนแออัด

  • หากประชาชนมีไข้ (37.5 องศาขึ้นไป) ร่วมกับมีอาการระบบ ทางเดินหายใจอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น ไอแห้ง มีน้ำมูก เจ็บคอ ปวดเมื่อย ให้รีบไปพบแพทย์ทันที

  • ต้องแจ้งประวัติการเดินทาง/ประวัติความเสี่ยง เพื่อเข้าสู่ระบบการตรวจวินิจฉัย การรักษา และเฝ้าระวัง ป้องกันควบคุมโรคไม่ให้แพร่กระจายในวงกว้าง

  • ให้ทุกกระทรวงเหลื่อมเวลาทำงาน พักเที่ยง และ การเข้า-ออกงาน เพื่อลดการเดินทางมาพร้อมกัน

สรุป 4 มาตรการของกระทรวงสาธารสุข

ประกอบด้วย 4 มาตรการหลัก ที่มา สรุปการประชุมคณะรัฐมนตรี 17/3/63

1. การป้องกันการแพร่ระบาด

1.1 การหยุดนำเชื้อเข้าจากต่างประเทศ โดยผู้ที่เดินทางเข้ามาจะต้องมีใบรับรองแพทย์และกักตัวเองเป็นเวลา 14 วัน ตามที่กฎหมายกำหนด

1.2 การหยุดการส่งออกเชื้อไวรัสออกนอกกรุงเทพฯ ด้วยการควบคุมการเดินทางของประชาชนให้น้อยที่สุดในช่วงเทศกาลสงกรานต์ หรือเปลี่ยนแปลงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ หรืองดการจัดงาน

1.3 การหยุดการแพร่ระบาดเชื้อ โดยขอให้งดกิจกรรมทุกประเภท อาทิ การแข่งขันกีฬา งานบันเทิง งานอบรมสัมมนา การแสดงสินค้า และให้สถานบันเทิงเปิดให้บริการ

ไม่เกิน 20.00 น. และให้การจัดกิจกรรมต่าง ๆ จัดที่นั่งหรือที่ยืนห่างกันไม่ต่ำกว่า 1 เมตร

1.4 หยุดการเดินทาง หรือลดการเดินทางของประชาชนในกรุงเทพฯ โดยเสนอให้ดำเนินการปิดสถานศึกษาประเภทโรงเรียนกวดวิชา หรือสถาบันติวเตอร์ และลดความแออัดของระบบขนส่งมวลชน รวมถึงพิจารณาการทำงานที่บ้าน (Work at Home)

2. การควบคุมและการจำกัดวงการแพร่ระบาด

2.1 ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานควบคุมโรคในระดับพื้นที่ เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อประจำด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ดำเนินการป้องกันและควบคุมโรคติดต่อ โดยใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 อย่างเคร่งครัด

2.2 ให้ อสม. ดำเนินการดูแล ติดตาม และรายงานการกักตัวผู้เดินทางจากต่างประเทศ

3. การเตรียมความพร้อมด้านการรักษาพยาบาล

โดยเตรียมความพร้อมของเครือข่ายโรงพยาบาลทั่วประเทศทั้งภาครัฐและเอกชน

4. การสื่อสารความเสี่ยงและการสื่อสารสาธารณะ

สร้างความเข้าใจและความตระหนักรู้กับประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะในระดับภูมิภาคให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน อาทิ เว็บไซต์กรมควบคุมโรค www.ddc.moph.go.th สายด่วนกรมควบคุมโรค หมายเลข 1422 รวมทั้งร่วมกันสื่อสารสถานการณ์และวิธีการปฏิบัติตัวสำหรับบุคคล ครอบครัว สถานที่ทำงาน ชุมชน และสังคม

จำนวนเตียงผู้ป่วย

เพื่อเตรียมพร้อม Surge capacity

  • โรงพยาบาลในเขตกทม.

มีจำนวน ห้องแยก 237 เตียง, ห้อง AIIR (ความดันลบ) 136 เตียง, Cohort Ward 143 เตียง

  • โรงพยาบาลในต่างจังหวัด

มีจำนวน ห้องแยก 2,444 เตียง, ห้อง AIIR (ความดันลบ) 1,042 เตียง, Cohort Ward 3,061 เตียง

  • รวม 7,063 เตียง

การบริหารจัดการหน้ากากอนามัย

สธ. ได้รับการจัดสรร 1,000,000 ชิ้นต่อวัน แบ่งเป็น

  • การจัดสรรให้แก่โรงพยาบาลภายใต้สังกัดกระทรวงสาธารณสุข 500,000 ชิ้น

  • โรงพยาบาลภายนอกกระทรวงสาธารณสุข 70,000 ชิ้น

  • โรงพยาบาลมหาวิทยาลัย/คณะทันตแพทย์ 100,000 ชิ้น

  • โรงพยาบาลเอกชน/คลินิกเอกชน 200,000 ชิ้น

  • โรงพยาบาลในสังกัดกรุงเทพมหานคร 80,000 ชิ้น

  • และจัดสรรตามมาตรการ Quarantine 50,000 ชิ้น

ดูรายชื่อโรงพยาบาลในประเทศไทย

จำนวนบุคลากรสาธารณสุข

รพ.รัฐ แพทย์ 29,449 คน ,พยาบาล 126,666 คน, รวม 37,160 คน

รพ.เอกชน แพทย์ 7,711 คน, พยาบาล 24,905 คน, รวม 151,571 คน

เวชภัณฑ์ป้องกัน

สำหรับการดำเนินการจัดหาหน้ากากอนามัย ประเภท N95 และ PPE

  • กระทรวงสาธารณสุขจะต้องจัดหา หน้ากา N95 เพิ่มเติม 1,596,525 ชิ้น

  • ชุดป้องกันสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ PPE เพิ่มเติม 1,932,052 ชิ้น

  • จัดหายาเพิ่มเติมในยาฟาวิพิราเวียร์ จำนวน 40,000 เม็ด, ยาเรมเดซิเวียร์ จำนวน 220 หลอด

  • รัฐบาลมีมาตรการกำกับดูแลการกระจายหน้ากากให้เป็นไปอย่างทั่วถึง ชดเชยส่วนเกินราคาหน้ากากอนามัยให้แก่โรงงานที่ได้รับผลกระทบจากการควบคุมราคาสินค้า

  • ส่งเสริมประชาชนใช้หน้ากากทางเลือก ทดแทนการใช้หน้ากาก Surgical

  • เร่งรัดการผลิตหน้ากากผ้า ลดปริมาณความต้องการหน้ากากอนามัย

  • นำไขปาล์มเพื่อเป็นส่วนผสมในการทำเจลล้างมือ

  • ขอให้ด่านศุลกากร เคร่งครัดการตรวจสอบการส่งออกสินค้ากับใบอนุญาตให้ตรงกัน

  • กำหนดมาตรการใน 4 เรื่อง คือ การแจ้งข้อมูล การควบคุมการส่งออก การปันส่วน และการควบคุมราคาจำหน่าย ซึ่งได้มีการปรับเพิ่มความเข้มข้นมากขึ้นเพื่อให้สามารถบริหารจัดการหน้ากากได้อย่างมีประสิทธิภาพตามสถานการณ์ มีการติดตามดูแลเพื่อไม่ให้เกิดการกักตุนสินค้า และไม่ให้จำหน่ายในราคาสูงเกินสมควร

  • แนวทางการบริหารจัดการหน้ากาก เน้นสร้างความพอเพียงให้กับบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับมาตรการ State Quarantine

ด้านข้อมูลและข้อร้องเรียน

  • จัดศูนย์ข้อมูลมาตรการแก้ไขปัญหาจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID - 19)

  • เปิดรับเรื่องร้องเรียนและตอบข้อซักถามประชาชน จัดประชุมทุกวันในเวลา 09.00 น. และจัดแถลงข่าวทุกวันในเวลา 14.00 น.

  • ถ่ายทอดสดทาง NBT2HD และสื่อออนไลน์ พร้อมจัดทำ Viral Clip ด้วย

  • เชิญรัฐมนตรีและหน่วยงานที่รับผิดชอบมาร่วมแถลงข่าวด้วย การแถลงข่าวดำเนินการมาแล้ว จำนวน 6 ครั้ง ชี้แจงประชาชนไปแล้ว 27 ประเด็น

  • ดำเนินการประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางสื่อออนไลน์ต่าง ๆ

  • กำหนดให้มีการยกระดับการสื่อสารกับประชาชนเป็น COVID CHANEL โดยจัดเจ้าหน้าที่ประจำตลอด 24 ชั่วโมง